2007/Nov/17

 

ไม่ได้เข้ามาบ่นอะไรซะนานเลย

หลังจากที่ได้ตรากตรำกับการอ่านหนังสือและทบทวนความทรงจำสองปีของการเรียนที่ผ่านมา

ก็ผ่านสอบประมวลความรู้ หรือที่เรียกว่า comprehensive exam (ด่านคัมภีร์ 11 อรหันต์) จนได้

 ต่อไปนี้คงต้องตั้งหน้า ตั้งตา และตั้งใจ ทำ project อย่างจริงจัง (โดยไม่มีข้ออ้างได้อีกแล้ว)

 เป็นอีกก้าวเล็กๆที่ได้ผ่าน แต่ก็ทำให้โล่งใจได้เยอะเลยทีเดียว

 

2007/Aug/13

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ส่ง Proposal หรือที่เป็นแบบเสนอโครงการไปเรียบร้อย

หลังจากที่ได้ล้มลุกคลุกดินมาสองเดือนได้

แต่ถ้าผ่านแล้ว ก็ยังมีด่านต่อไปให้ได้ฝ่าฟัน ก็คือ การมี data ที่ validate ซึ่งบางส่วนมันก็มี บางส่วนก็ต้อง make หุหุ

ก็ต้องติดตามกันต่อ ว่าจะเป็นอย่างไร

22 สิงหา หมู่หรือจ่า ได้รู้กัน

PS: comprehensive มาแล้ว 13 กับ 16 ตุลาคม เฮ้อ

2007/Jun/26

วันก่อน พี่ดีเจอ้อย แห่ง Greenwave เล่าเรื่องคุ๊กกี้ที่สนามบินให้ฟัง ในช่วง เรื่องดีดีกับความรู้สึกดีดี ของรายการ

จะเล่าเองก็เกรงว่าจะตกหล่น เลยลอง search หาใน google ด้วยคำว่า ..คุ๊กกี้ ก้อนหินคำพูด เวลา โอกาส..

เลยได้เนื้อความมาจาก blog หนึ่ง http://blog.trekkingthai.com/yongjoon/2007/06/13/trekking-cookies-story/ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

สาวน้อยคนหนึ่งนั่งรอเวลาของเครื่องบินใน Boardding Room ที่สนามบิน ขณะที่ต้องนั่งรอนานหลายชั่งโมง เธอตัดสินใจซื้อหนังสือมาอ่านเล่นพร้อมคุ๊กกี้สำหรับทานเล่นอีกหนึ่งถุง เธอนั่งอย่างสบายในเก้าอี้แบบ armchair ในห้อง VIP ของสนามบินนั้น พร้อมอ่านหนังสือและทานคุ๊กกี้ไปอย่างมีความสุข ข้างถุงใส่คุ๊กกี้มีชายหนุ่มนั่งอยู่พร้อมทั้งอ่านแมกกาซันไปด้วย เมื่อเธอหยิบคุ๊กกี้ขึ้นมาทาน ผู้ชายคนนั้นก็หยิบขึ้นมาทานอีกหนึ่งชิ้นเช่นกัน เธอรู้สึกอึดอัดไม่พอใจมากแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่คิดในใจว่าผู้ชายคนนี้คงประสาทไม่ดี ถ้าอารมณ์ไม่ดีคงได้ซัดไอ้ผู้ชายคนนี้เข้าให้แล้ว กล้าดียังไงมาหยิบคุ๊กกี้เราไปกิน

ในทุกครั้งที่เธอหยิบกินชิ้นหนึ่ง เจ้าผู้ชายคนนี้ก็หยิบอีกชิ้นหนึ่งเช่นกัน นี่มันกวนโมโหชัดๆ เธอได้แต่คิดเพราะไม่อยากโวยวายให้เกิดปัญหากับแค่คุ๊กกี้ถุงเดียว ในที่สุดก็เหลือแค่คุ๊กกี้เพียงชิ้นเดียว เธอคิดว่า ดีหละจะดูซิ ไอ้ผู้ชายคนนี้จะทำอย่างไรต่อไป และแล้วชายหนุ่มคนนั้นก็หยิบมันขึ้นมาแบ่งออกเป็นสองส่วนและส่งครึ่งหนึ่งให้กับเธอ โอ๊ย!!! นี่มันเกินไปแล้วนะ เธอรู้สึกโกรธมาก!!! ลุกขึ้นคว้าหนังสือและข้าวของส่วนตัวแล้วเดินออกไปจาก Boarding place แห่งนั้นทันที

เมื่อเธอได้ที่นั่งบนเครื่องบินก็หยิบกระเป๋าถือออกมาเปิดหยิบแว่นกันแดดออกมา ทันใดนั้นก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่ได้เห็นถุงคุ๊กกี้ที่ยังไม่ได้เปิดวางอยู่ข้างใน เธอรู้สึกอับอายอย่างมากเธอเพิ่งรู้ว่า เธอทำผิดพลาดไปอย่างมหันต์ เธอลืมไปว่าคุ๊กกี้ที่ซื้อมาถุงนั้นเธอได้ใส่ไว้ในกระเป๋าถือ ชายหนุ่มคนนั้น เอื้อเฟื้อแบ่งคุ๊กกี้ให้เธอโดยไม่รู้สึกโกรธ หรือรู้สึกยุ่งยากใจแต่อย่างใด แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับโกรธ โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อคิดว่าจะต้องแบ่งคุ๊กกี้กับชายหนุ่มคนนั้น ขณะนี้เธอไม่สามารถที่แม้แต่อธิบาย หรือกล่าวคำขอโทษ

มีสิ่งสำคัญอยู่ 4 ประการ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ

ก้อนหิน.. เมื่อขว้างออกไปแล้ว !

คำพูด.. เมื่อได้พูดออกไป !

เวลา.. เมื่อหมุนผ่านพ้นไป !

โอกาส.. เมื่อได้สูญเสียมันไป !

ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจะผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไปอย่างนี้เสมอ จะหลงเหลืออยู่บ้างก็เพียงร่องรอยของความทรงจำที่ดี พูดบวกเพราะจะทิ้งรอยแห่งความชื่นชม ดูแลสุขภาพกาย/ใจ ให้ดี เพราะจะชราแต่แข็งแรงและจงสร้างความสำเร็จให้ชีวิตเพราะยังมีโอกาส สู้.. สู้ กันต่อไป

ได้ฟังจากที่พี่อ้อยพูดมาแล้ว มีแรง มีกำลัง ขึ้นมาบ้าง ถึงแม้ว่า จะเป็นยังไงต่อไป ยังไม่รู้

แต่ตอนนี้ ยินดีที่จะใช้เวลาที่มี ทำสิ่งทั้งที่ต้องทำและควรทำ ให้เต็มที่ที่สุด

(สิ่งที่อยากทำ คงต้องเก็บเอาไว้ก่อน) :D

PS: ขอบคุณพี่อ้อย ที่นำมาอ่านให้ฟัง เป็นเรื่องดีดีที่ทำให้เกิดความรู้สึกดีดีจริงๆค่ะ

PS2: ขอบคุณคนที่เขียนเรื่องนี้ หรือเป็นเจ้าของเรื่องนี้ ที่เป็นต้นทางของเรื่องราวดีดี

PS3: ขอบคุณคุณเจ้าของ blog ที่ขอยืมเนื้อหามาลงค่ะ